ชาวเเม่สอดขอ“บิ๊กป้อม”ไฟเขียวอุทยานไมซ์-พัฒนาพื้นที่เชื่อมตะวันออกกลาง

ธุรกิจ.jpg03

ชาวเเม่สอดขอ“บิ๊กป้อม”ไฟเขียวอุทยานเรียนรู้ไมซ์-พัฒนาพื้นที่เชื่อม เมียนมา-อินเดีย-ตะวันออกกลาง เชื่อช่วยกระตุ้นจีดีพีโตหลายเท่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จ.ตากในวันนี้นั้น ในช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่น.ส.ธนชพร ต๊ะทองคำ นายกอบต.เเม่ปะ อ.เเม่สอดจ.ตากได้ขอเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาหลักการเเละงบประมาณการก่อสร้างอุทยานการเรียนรู้ประตูสู่อารยธรรม สองวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมไมซ์ ( MICE) บริเวณอนุสรณ์ผู้เสียสละ อบต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก

น.ส.ธนชพร กล่าวว่า ตนได้ฟังเสียงสะท้อนเบื้องต้นจากประชาชนว่า เพื่อให้พื้นที่อ.เเม่สอด จ.ตากเป็นประตูเชื่อมตะวันออก-ตะวันตกของภูมิภาคอาเซียนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ20ปีและแผนปฏิรูปประเทศซึ่งรัฐบาลได้วางกรอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติไว้นั้น โดยพบว่ามติคณะรัฐมนตรี 19 ม.ค. 2558 ให้ 5 พื้นที่จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยจังหวัดตากเป็นหนึ่งในห้าพื้นที่ดังกล่าวและเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดตากให้ “เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระเบียง เศรษฐกิจเหนือ-ใต้(NSEC) กับระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) ที่เข้มแข็ง

ซึ่งตอนนี้รัฐบาลได้ดำเนินโครงการการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) และ แผนการพัฒนาขนส่งทางราง ของกระทรวงคมนาคม 1. การก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่โครงการ รถไฟ ทางคู่ แม่สอด-ตาก – กําแพงเพชร – นครสวรรค์ 2.ทางหลวงหมายเลข 12 แม่สอด (เขตเศรษฐกิจ พิเศษ)-สุโขทัย-พิษณุโลก-หล่มสัก-น้ำหนาว-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหารนั้น

ธุรกิจ.jpg04

“หากพื้นที่อ.เเม่สอดได้มีอุทยานการเรียนรู้ ซุ้มประตูสู่อารยะในพื้นที่เพื่อเป็นเเหล่งการเรียนรู้ของประชาชนเกี่ยวกับชุมชน ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ซึ่งในจังหวัดตากนั้น ประชากรบางส่วนในพื้นที่เป็นชาวไทยภูเขา (เชื้อชาติ กระเหรี่ยง ม้ง มูเซอ อีก้อ ลีซอ เย้า )รวมทั้งชาวเมียนมาที่เดินทางเข้า-ออกตามแนวชายแดนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอุทยานการเรียนรู้ซุ้มประตูสู่อารยะ สองอารยธรรมนั้นเป็นการเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ ความหลากหลายทางเชื้อชาติที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในดินแดนไทย”

โดยพื้นที่เกิดอุตสาหกรรมไมซ์ขึ้น จะสามารถใช้เป็นสถานที่จัดการประชุม การท่องเที่ยว การจัดประชุมนานาชาติ การจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการ หากมีการก่อสร้างศูนย์ประชุมอุตสาหกรรมไมซ์ขนาด 2,500-3,000 คน ในพื้นที่ใกล้เคียงกับอุทยานการเรียนรู้ซุ้มประตูสู่อารยะ สองอารยธรรม จะสร้างรายได้เข้าอ.แม่สอดรวมกับรายได้จากการส่งออกไปยังเพื่อนบ้าน คือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ได้ไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนล้านบาท โดยได้เสนอข้อมูลและรายละเอียดเบื้องต้นให้รักษาการนายกรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อตัดสินใจดำเนินการในชั้นต่อไป”

น.ส.ธนชพร กล่าวว่า อ.เเม่สอดมีศักยภาพในการเป็นประตูตะวันตกของไทยเชื่อมไปยังเมียนมา อินเดีย ตะวันออกกลางในวันข้างหน้าหากรัฐบาลเห็นความสำคัญ และอนุมัติหลักการขั้นต้นในการดำเนินงานตามที่ตนในฐานะตัวเเทนประชาชนในพื้นที่สะท้อนให้แกนนำรัฐบาลพิจารณาในครั้งนี้ เชื่อว่าจีดีพีและดัชนีความสุขของประชาชนในพื้นที่จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในไม่กี่ปีข้างหน้า จึงขอให้พลเอกประวิตรช่วยผลักดันโครงการดังกล่าวให้ลุล่วงด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม ได้ที่นี่ thaitangball888.com