ลาซาด้า จัดบิ๊กอีเวนต์ ลุยสื่อนอกบ้านดึงคนช้อป รับเทศกาลแห่งปี 11.11

ลาซาด้า ลุยแคมเปญ 11.11 มอบประสบการณ์แบบ 360 องศา ผสานสื่อ Out-of-Home (OOH) อีเวนต์ออฟไลน์ เข้ากับกิจกรรมออนไลน์แบบจัดเต็ม ยกระดับการช้อปแบบออฟไลน์สู่ออนไลน์ (O2O)

ลาซาด้า

รายงาน Transforming Southeast Asia: From Discovery to Delivery ของลาซาด้า เผยว่า เกือบ 50% ของการช้อปปิงบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยนั้นไม่ได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า นักช้อปเริ่มต้นการซื้อสินค้าด้วยคำถามว่าจะซื้ออะไรดี แต่ไม่ได้มีไอเทมในใจที่อยากซื้อโดยเฉพาะเจาะจง จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่แบรนด์ต่างๆ ต้องนำเสนอสินค้าที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคในเวลาที่เหมาะสม

จากผลการวิจัยและความเข้าใจผู้บริโภคเชิงลึกดังกล่าว ลาซาด้าจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างช่องทางในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภคให้ครอบคลุมเพื่อดึงดูดผู้ซื้อและยกระดับประสบการณ์การช้อปที่เหนือกว่า

‘ธนิดา ซุยวัฒนา’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “แม้พฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคจะกลับไปเหมือนช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 แต่ผู้บริโภคยังมีแนวโน้มซื้อสินค้าออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความสะดวกสบายที่ได้รับ

ลาซาด้าเองยังคงสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคอย่างไม่หยุดนิ่ง เราจึงมองเห็นโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อได้มากขึ้น

สำหรับแคมเปญใหญ่ในครั้งนี้ ลาซาด้าได้ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งแตกต่างไปจากเดิมให้ครอบคลุมในทุกช่องทางแบบ 360 องศา ผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยจับมือกับแบรนด์ดังและผู้ขายเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคที่นอกเหนือไปจากการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม

ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมออฟไลน์สุดเซอร์ไพรส์และข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับนักช้อป เราเชื่อมั่นว่า แบรนด์พันธมิตรและร้านค้าในลาซาด้าจะมีส่วนร่วมและสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่นยิ่งขึ้น เพื่อร่วมสร้างการเติบโตของธุรกิจต่างๆ บนแพลตฟอร์มของเราไปอีกขั้น”

โดยลาซาด้าผนึกกำลังกับแบรนด์ชั้นนำ เซอร์ไพรส์นักช้อปชาวไทยกับกิจกรรมกล่องเซอร์ไพรส์ 11 กล่อง ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันนี้ – 11 พฤศจิกายน พบกล่องเซอร์ไพรส์ 7 กล่องแรก ที่จุดเช็กอินสุดฮิต เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ สามย่านมิตรทาวน์ เซ็นทรัลลาดพร้าว บีทีเอสพร้อมพงษ์ ในคอนเซ็ปต์ Lazada parcel

ซึ่งนักช้อปจะสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบนกล่องเพื่อช้อปสินค้าได้ก่อนใครกับพรีเซลจากสินค้าบิวตี้แบรนด์ดัง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 4-11 พฤศจิกายน กล่องเซอร์ไพรส์จะถูกเปิดออก พร้อมเผยเซอร์ไพรส์สุดปังจากหลากหลายแบรนด์ดัง อาทิ LG,  Verasu, Nike, Bebe Fit Routine, Playboy, iRobot, Tsunami, Skyworth และ Tinder

ไม่เพียงเท่านั้น ลาซาด้ายังเตรียมเสิร์ฟประสบการณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบ พร้อมเนรมิตแหล่งรวมเทรนด์แฟชั่นสุดฮิตของกรุงเทพฯ อย่างสยามสแควร์ ระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายนนี้ ให้เป็นอาณาจักร Lazada 11.11 LazLive+ Festival เป็นครั้งแรก

โดยภายในงานยังมีอีก 3 กล่องเซอร์ไพรส์กับ 3 ธีม ได้แก่ LazLOOK, LazBEAUTY และ LazAroi ในสยามสแควร์ ซอย 5 นักช้อปสามารถสนุกสนานกับกิจกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมค้นหาโทนสีที่ใช่สำหรับตัวเรา พร้อมจับคู่หาเสื้อผ้าและเมคอัพกับลุคสุดปัง และกิจกรรมทำคัพเค้กแบบไม่ซ้ำใคร

ลาซาด้ายังจัดเต็มกับมินิคอนเสิร์ต โดยนนท์ ธนนท์ จำเริญ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของลาซาด้า บอยแบนด์น้องใหม่มาแรงอย่าง Perses และวงวัยรุ่นน้องใหม่อย่าง วงพราว ในวันที่ 9-10 พฤศจิกายน

ยิ่งไปกว่านั้น ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ลาซาด้ายังเตรียมเปิดกล่องเซอร์ไพรส์ใบใหญ่ที่สุดใบสุดท้ายใจกลางสยามสแควร์ เพื่อยกขบวนกิจกรรมมากมายให้นักช้อปได้ร่วมสนุกกันแบบจัดเต็มตลอดทั้งวัน เต็มอิ่มกับคอนเสิร์ตที่รวมศิลปินนักร้องยอดฮิตกว่า 30 ชีวิต มาร่วมมอบความบันเทิงต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งนักช้อปสามารถรับชมการแสดงของทั้งสามวันแบบไลฟ์ ผ่านทาง LazLive+ บนแอปพลิเคชันลาซาด้าได้เช่นกัน

‘วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “เพื่อเฉลิมฉลองแคมเปญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี เราตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์การช้อปปิงที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงโปรโมชันและข้อเสนอที่เหนือกว่าให้กับนักช้อป

เราเชื่อมั่นว่ากิจกรรมมากมายที่จัดขึ้น ทั้งที่สยามสแควร์และกิจกรรมออนไลน์บน LazLive+ จะช่วยกระตุ้นการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค แคมเปญ 11.11 ยังเป็นมหกรรมการช้อปที่ดีที่สุดที่นักช้อปจะได้เพลิดเพลินและร่วมสนุกกันอย่างจุใจ พร้อมเลือกไอเทมชิ้นโปรดให้กับตัวเองและคนที่รักในช่วงปลายปีนี้”

นอกเหนือจากความสนุกและกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์มากมานแล้ว ลาซาด้ายังมอบส่วนลดสูงสุดในมหกรรมช้อปปิ้งครั้งยิ่งใหญ่สุดแห่งปี ได้แก่

-ดีลลดแรง สูงสุด 90%

-ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ

-ส่วนลดถึง 6 ต่อ

-คูปองส่วนลดจากลาซาด้า สูงสุด 2,500 บาท

-คูปองส่งฟรีทั่วไทย สูงสุด 50 บาท

-ดีลลดสูงสุด 90%

-ลาซาด้า โบนัส ยิ่งช้อปยิ่งลด มอบส่วนลด 40 บาท เมื่อช้อปครบทุก ๆ 500 บาท โดยนักช้อปสามารถเก็บลาซาด้าโบนัส บนแอปฯ ลาซาด้า ได้ตั้งแต่วันที่ 7–11 พฤศจิกายน 2565 และสามารถใช้โบนัสได้ในวันที่ 11 พฤศจิกายน เท่านั้น

-คูปองส่วนลดจากร้านค้า สูงสุด 1,111 บาท

-ส่วนลดจากพาร์ทเนอร์ สูงสุด 1,111 บาท

-ข้อเสนอพิเศษจาก LazMall

-Crazy Brand Mega Offers: ให้นักช้อปจุใจกับส่วนลดสูงสุด 90% จากสินค้าแบรนด์แท้ 100% จาก LazMall ตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีสอง ของวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น

-Pre-sale: ช้อปสินค้าแบรนด์ดังก่อนใคร ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน โดยชำระเพียง 10% ของราคาสินค้า แล้วชำระส่วนที่เหลือในวันที่ 11 พฤศจิกายน

-Cashback รับเงินคืน 100% สูงสุด 1,111 บาท เฉพาะเวลาเที่ยงคืนถึงตีสอง ของวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น

-LazFlash Sale Crazy Deal ถึง 11 ช่วงเวลา ตลอดทั้งวัน

อัพเดทข่าวธุรกิจ แนะนำข่าวเพิ่มเติม : บสย. ช่วย SMEs ทีได้รับผลกระทบน้ำท่วม 25 จังหวัด พักค่าธรรมเนียม-ค่างวด นาน 6 เดือน

บสย. ช่วย SMEs ทีได้รับผลกระทบน้ำท่วม 25 จังหวัด พักค่าธรรมเนียม-ค่างวด นาน 6 เดือน

บสย. ออกมาตรการช่วย SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประคับประคองธุรกิจ SMEs กลุ่มเปราะบาง

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ บสย. มีมติเร่งด่วนอนุมัติมาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ – ค่าจัดการค้ำประกันสินเชื่อ และ อนุมัติมาตรการช่วยลูกหนี้ ที่เข้าโครงการประนอมหนี้กับ บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 25 จังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประกอบการ SMEs สำหรับลูกค้าและลูกหนี้ค้ำประกันสินเชื่อ บสย. พร้อมให้ติดตามให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง มีผลวันนี้ ดังนี้

1.กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2565 และถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการค้ำประกัน (ถ้ามี) ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.-30 พ.ย. 65 (หนังสือค้ำประกันสินเชื่อ ลงวันที่ 6 ต.ค.-30 พ.ย. 65) โดยสามารถพักชำระออกไปอีก 6 เดือนนับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียมเดิม โดยเป็นลูกค้าที่มีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 25 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประกาศ ณ วันที่ 3 ต.ค. 65 หรือที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้มีการประกาศเพิ่มเติมต่อไป แต่หากลูกค้า SMEs รายใดไม่ประสงค์จะเข้าร่วมมาตรการนี้ ยังคงชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการค้ำประกัน (ถ้ามี) ให้แก่ บสย. ได้ตามปกติ

ธุรกิจ.jpg2

2. สำหรับกลุ่มลูกหนี้ ที่ประนอมหนี้กับ บสย. ที่ค้างชำระไม่เกิน 3 งวด (ณ วันที่อนุมัติ) และได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 25 จังหวัด ได้พักชำระค่างวด นานสูงสุด 6 เดือน โดยเริ่มงวดแรกในเดือนที่อนุมัติ แต่ไม่เกินเดือนธันวาคม 2565 ลูกหนี้ บสย. สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 พ.ย. 65

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ SMEs สามารถแจ้งความประสงค์และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บสย. Call Center 02-890-9999

อ่านข่าวเพิ่มเติม คลิกที่นี่ >>> ชาวเเม่สอดขอ“บิ๊กป้อม”ไฟเขียวอุทยานไมซ์-พัฒนาพื้นที่เชื่อมตะวันออกกลาง

ชาวเเม่สอดขอ“บิ๊กป้อม”ไฟเขียวอุทยานไมซ์-พัฒนาพื้นที่เชื่อมตะวันออกกลาง

ชาวเเม่สอดขอ“บิ๊กป้อม”ไฟเขียวอุทยานเรียนรู้ไมซ์-พัฒนาพื้นที่เชื่อม เมียนมา-อินเดีย-ตะวันออกกลาง เชื่อช่วยกระตุ้นจีดีพีโตหลายเท่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จ.ตากในวันนี้นั้น ในช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่น.ส.ธนชพร ต๊ะทองคำ นายกอบต.เเม่ปะ อ.เเม่สอดจ.ตากได้ขอเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาหลักการเเละงบประมาณการก่อสร้างอุทยานการเรียนรู้ประตูสู่อารยธรรม สองวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมไมซ์ ( MICE) บริเวณอนุสรณ์ผู้เสียสละ อบต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก

น.ส.ธนชพร กล่าวว่า ตนได้ฟังเสียงสะท้อนเบื้องต้นจากประชาชนว่า เพื่อให้พื้นที่อ.เเม่สอด จ.ตากเป็นประตูเชื่อมตะวันออก-ตะวันตกของภูมิภาคอาเซียนตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ20ปีและแผนปฏิรูปประเทศซึ่งรัฐบาลได้วางกรอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติไว้นั้น โดยพบว่ามติคณะรัฐมนตรี 19 ม.ค. 2558 ให้ 5 พื้นที่จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยจังหวัดตากเป็นหนึ่งในห้าพื้นที่ดังกล่าวและเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดตากให้ “เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระเบียง เศรษฐกิจเหนือ-ใต้(NSEC) กับระเบียงเศรษฐกิจ ตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) ที่เข้มแข็ง

ซึ่งตอนนี้รัฐบาลได้ดำเนินโครงการการพัฒนาแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) และ แผนการพัฒนาขนส่งทางราง ของกระทรวงคมนาคม 1. การก่อสร้างทางรถไฟสายใหม่โครงการ รถไฟ ทางคู่ แม่สอด-ตาก – กําแพงเพชร – นครสวรรค์ 2.ทางหลวงหมายเลข 12 แม่สอด (เขตเศรษฐกิจ พิเศษ)-สุโขทัย-พิษณุโลก-หล่มสัก-น้ำหนาว-ขอนแก่น-กาฬสินธุ์-มุกดาหารนั้น

ธุรกิจ.jpg04

“หากพื้นที่อ.เเม่สอดได้มีอุทยานการเรียนรู้ ซุ้มประตูสู่อารยะในพื้นที่เพื่อเป็นเเหล่งการเรียนรู้ของประชาชนเกี่ยวกับชุมชน ประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ซึ่งในจังหวัดตากนั้น ประชากรบางส่วนในพื้นที่เป็นชาวไทยภูเขา (เชื้อชาติ กระเหรี่ยง ม้ง มูเซอ อีก้อ ลีซอ เย้า )รวมทั้งชาวเมียนมาที่เดินทางเข้า-ออกตามแนวชายแดนอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอุทยานการเรียนรู้ซุ้มประตูสู่อารยะ สองอารยธรรมนั้นเป็นการเรียนรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ ความหลากหลายทางเชื้อชาติที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในดินแดนไทย”

โดยพื้นที่เกิดอุตสาหกรรมไมซ์ขึ้น จะสามารถใช้เป็นสถานที่จัดการประชุม การท่องเที่ยว การจัดประชุมนานาชาติ การจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการ หากมีการก่อสร้างศูนย์ประชุมอุตสาหกรรมไมซ์ขนาด 2,500-3,000 คน ในพื้นที่ใกล้เคียงกับอุทยานการเรียนรู้ซุ้มประตูสู่อารยะ สองอารยธรรม จะสร้างรายได้เข้าอ.แม่สอดรวมกับรายได้จากการส่งออกไปยังเพื่อนบ้าน คือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ได้ไม่ต่ำกว่าปีละหนึ่งแสนล้านบาท โดยได้เสนอข้อมูลและรายละเอียดเบื้องต้นให้รักษาการนายกรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อตัดสินใจดำเนินการในชั้นต่อไป”

น.ส.ธนชพร กล่าวว่า อ.เเม่สอดมีศักยภาพในการเป็นประตูตะวันตกของไทยเชื่อมไปยังเมียนมา อินเดีย ตะวันออกกลางในวันข้างหน้าหากรัฐบาลเห็นความสำคัญ และอนุมัติหลักการขั้นต้นในการดำเนินงานตามที่ตนในฐานะตัวเเทนประชาชนในพื้นที่สะท้อนให้แกนนำรัฐบาลพิจารณาในครั้งนี้ เชื่อว่าจีดีพีและดัชนีความสุขของประชาชนในพื้นที่จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในไม่กี่ปีข้างหน้า จึงขอให้พลเอกประวิตรช่วยผลักดันโครงการดังกล่าวให้ลุล่วงด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม ได้ที่นี่ thaitangball888.com